สารสกัดสมุนไพรไล่แมลงจากกากน้ำตาล…ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

เขียนกันมาแล้วตั้งแต่ทำน้ำหมักสูตรต่างๆ โดยใช้กากน้ำตาล จนแล้วจนรอด ก็ต้องมาสรุปที่ต้องใช้กากน้ำตาล เพราะสะดวกสุด หาง่ายดี จนมาถึงเรื่องของการทำสารสกัดสมุนไพรเพื่อไล่แมลง ที่เขียนมาก็ตั้งแต่ แช่ในน้ำอุ่น ก็เก็บได้ไม่นาน จะใช้ทีก็ต้องทำที ไม่สะดวก แล้วก็มาเปลี่ยนจากแช่น้ำอุ่น เป็นแช่แอลกอฮอล์ หรือเหล้าขาว  นั่นใช้ได้ดีทีเดียวครับ เก็บได้นานสมใจ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เรื่องต้นทุน เพราะแอลกอฮอล์ หรือสุรา ราคาสูงลิ่ว เราน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่าจริงมั้ยครับ

และแล้วก็มาจบที่กากน้ำตาลอีกเหมือนเดิมครับ ในเมื่อ 1 ในประโยชน์หลายๆประการของกากน้ำตาลก็คือสามารถเอาไปหมักทำแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งถ้าอยากได้ความเข้มข้นมากๆ ก็ต้องกลั่นกันหลายๆขั้นตอน แต่ถ้าหมักแล้วไม่กลั่น ก็ใช่ว่าจะใช้ไม่ได้นะครับ งั้นมาลองทำแอลกอฮอล์ดู

เริ่มจาก ผสมกากน้ำตาล 1 ส่วนกับน้ำสะอาด สัก 4 ส่วน หลังคนให้เข้ากันดีแล้ว สิ่งที่ขาดอยู่คือตัวเร่งปฎิกิริยา ซึ่งก็คือ แป้งข้าวหมาก 1 ลูก บดเป็นผงหรือ ยีสต์ทำขนมปัง ครึ่ง ช้อนโต๊ะ(ประมาณ) หรือ นมเปรี้ยว 2 ขวด(ยาคูล) ผสมแล้วคนเข้าให้กัน เทใส่ถังหมัก  เหลือเนื้อที่ว่างในถังประมาณ คือ 1 ใน 4 กันล้น ทีนี้ปิดฝาหลวม รอสัก 7 วันก็จะได้น้ำแอลกอฮอล์แล้วครับ

พอเปิดฝาก็จะได้กลิ่นคล้ายเหล้าแล้วครับ ถึงตรงนี้ก็นำสมุนไพรไล่แมลงมาหมักต่อได้แล้ว เช่น ใบมะกรูด ตะไคร้หอม สะเดา ฝักคูน ใบยาสูบ พริกแห้ง ฯลฯ หั่นๆหน่อย เอามาลงพอท่วม แล้วหาของหนักๆทับให้จม หมักต่ออีก 7 วัน ก็เอามากรอง แล้วกรอกขวดเก็บไว้ใช้ได้เลยครับ เก็บได้เป็นปี แล้ว

อีกทางเลือกครับ ไหนๆ ก็มีแล้ว ใช้ให้คุ้ม ^_^

*** ไม่ใช้แค่กากน้ำตาลนะครับที่ทำแบบนี้ได้ ความหวานใกล้มือทุกชนิด ทำได้หมดครับเอาสะดวกเราไว้ก่อนนะครับ

Advertisements

14 Responses to “สารสกัดสมุนไพรไล่แมลงจากกากน้ำตาล…ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม”

  1. ขิม Says:

    ขอบคุณมากเลยค่ะ แล้วสูตรไล่แมลงข้างบน สามารถนำไปไล่เห็บ(บนน้องหมา) หรือปลวกได้ไหมคะ

  2. เกษตรดีดี Says:

    ไล่แมลงไล่เห็บ ลองใช้สมุนไพรพวกมีกลิ่น อย่างมะกรูด หรืออย่างที่มีฤทธิ์เป็นพิษอย่าง เมล็ดสะเดา เมล็ดน้อยหน่า เอามาโขลกๆ ตำๆ(เมล็ด) แล้วผสมแอลกอฮอล์ หรือเหล้า หรือเหล้าจากากน้ำตาลนี่ก็ได้ครับ แล้วผสมน้ำเพื่อเจือจาง แล้วอาบให้เค้า เป็นประจำ ผมว่าช่วยได้แน่ครับ อยากให้ขนนุ่มก็ใส่มะกรูดไปด้วย แถมกลิ่นยังหอมพอได้อีกครับ

    ผมเคยเจอ น้ำหมักลักษณะนี้กรอกขวด ระบุว่าไล่เห็บหมัด จุประมาณ 150 มล ขายตั้ง เกือบ 80 บาทครับ ถ้าลองทำเอง ผมว่าทุ่นไปเยอะนะครับ

    ส่วนปลวกจอมตื้อ อาจต้องผสมน้ำส้มควันไม้เพิ่ม เพราะพวกนี้กลัวกลิ่นไฟป่า แต่คงต้องขยันผสมน้ำราด เป็นประจำนะครับ ^_^

  3. สุรีพร Says:

    ขอบคุณมากค่ะ…อยากทราบเยวกับต้นเลมอนมะนาวลุกใหญ่สีเหลืองค่ะ
    พอจะมีข้อมูลมั้ยค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

  4. เกษตรดีดี Says:

    ข้อมูลเกี่ยวกับด้านไหนครับ

  5. สุรีพร Says:

    อยากทราบว่าปลูกในกรุงเทพได้มั้ยค่ะ…แล้วเพาะจากเมล็ดหรือต้องซื้อเป็นต้น
    แล้วถ้าจะปลูกต้องซื้อจากที่ไหน
    ขอบคุณค่ะ

  6. เกษตรดีดี Says:

    ออ ฟันธงไ้ด้เลยครับ ว่าปลูกได้ทุกที่ สำคัญที่เราต้องเข้าใจนิสัยเค้าก่อนครับว่า มะนาว ชอบน้ำครับ และชอบแดด นอกนั้นก็เรื่องการบำรุงดูแลก็ปกติ และเค้าจะออกลูกทั้งปี แต่เนื่องจากเป็นมะนาวยักษ์ คงต้องระวังเรืองต้นจะโทรมไว นะครับ

    ถ้าจะซื้อแนะนำเป็นกิ่งพันธุ์นะครับ โตไวกว่า จัดการง่าย ถ้ากทม แหล่งต้นไม้ก็ตลาดจตุจักร ทุกวันพุธ พฤหัสครับ เลือกเดินๆได้เลยครับ ^_^

  7. สุรีพร Says:

    ถามอีกนิดน่ะค่ะ…ขยายพันธ์ด้วยการตอนกิ่งใช่มั้ยค่ะแล้วถ้าปลูกในกระถางจะมีผลติดหรือเปล่าและอีกอย่างต้นเล็กกว่ามะนาวบ้านเราใช่มั้ยค่ะคือว่าที่บ้านเนื้อที่ไม่มากอยากปลูกมะนาวแต่ต้นมันใหญ่มากเลยลองค้นดูเห็นว่าเลมอนต้นไม่โตมากก็ออกผลแล้ว
    ขอบคุณน่ะค่ะ

  8. เกษตรดีดี Says:

    ^_^
    ปกติเรื่องการขยายพันธุ์จะใช้แบบเสียบกิ่งครับ โดยเอาตอจาก มะขวิด หรือมะกรูด มาใช้แทน เพราะพวกนี้รากหากินเก่ง ทำให้ทนแล้ง

    คราวนี้เรื่องต้น จากที่เคยเห็น ต้นจะใหญ่ครับ เพื่อที่จะรับน้ำหนักลูกมะนาวให้ได้ แต่ก็จะต้นทรงพุ่ม มีหนามบ้างตามปกติของมะนาวครับ

    ที่เราต้องห่วงคือเรื่องพื้นที่ หนามและก็ขนาดต้นครับ

    ถ้าเป็นเลม่อน ผมว่าคงต้องถามทางร้านครับ เพราะจะไม่ใช่เกิดในบ้านเราอาจมีอะไรแปลกๆที่เราต้องดูเป็นพิเศษครับ

  9. สุรีพร Says:

    ขอบคุณมากค่ะ

  10. เกษตรดีดี Says:

    อยากปลูกมากเหมือนกันครับ แต่ที่สวนลงอะไรที่ยืนต้นไม่ได้เลย ฮือๆ

  11. สมชาย Says:

    เผอิญ ไ้ด้ข้อมูลมาจากนี้
    http://www.ku.ac.th/e-magazine/december45/know/sugar.html
    ขอให้เพื่อน ๆ ลองอ่านดูนะ

  12. เกษตรดีดี Says:

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ^_^ งั้นทางแก้ก็ควรหมักสักเดือนขึ้นไป น่าจะนิ่งพอล่ะครับ

    เสริมด้วยสูตรสลายพิษ ด้วยนี่

    1. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
    2. น้ำหมักพืช ถ้าหมักด้วยผลไม้รสเปรี้ยวจะดีเช่น มะนาว , สับปะรด ที่มีอายุในการหมักได้มากกว่า 6 เดือนขึ้นไป 1 ลิตร
    3. น้ำ 1 ลิตร
    วิธีผสม
    1. นำกากน้ำตาล , น้ำหมักพืชและน้ำในอัตราส่วน 1:1:1 ผสมในภาชนะให้เข้ากัน
    2. นำส่วนผสมที่ได้ใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป ยิ่งหมักนานยิ่งดี

    วิธีใช้
    สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมแทนกากน้ำตาลในการหมักสูตรต่างๆ ได้

    แต่ปัญหาคือจะนานไปหน่อย คงห้องทดลองวิธีย่นระยะเวลาลงครับ อืมม น่าสน

    ว่าแต่ เท่าที่ดูๆมันก็แปลกๆอยู่เหมือนกันนะครับ เรื่องผลกระทบ เรื่องเพลี้ยจับ กับมด เพราะขนาดหยดกากน้ำตาลลงขวางทางมด มันยังตัดทางใหม่เลย แต่ไงก็จะดูไปใช้ไปครับ

  13. เกษตรดีดี Says:

    หน้าตาจากการทำงานของจุลินทรีย์ในนมเปรี้ยว วางไว้ 2 อาทิตย์

  14. นายเกษตรดีดี.คอม Says:

    ขอปิดระบบโพสครับ ตอนนี้บ้านใหม่เสร็จ แล้ว เชิญที่ http://www.kasetdd.com ครับ


การแสดงความเห็นถูกปิด

%d bloggers like this: